20 วันยิ้ม ๆ
posted on 08 Apr 2009 00:34 by ryugu in Diary
*อาจเขียนเยอะ หรือรูปเยอะ แล้วแต่พิจารณารับชม ... นะจ๊ะ
วันอังคารที่ 7 เมษายน 2552
วันที่ใครหลาย ๆ คนต่างรอให้มาถึง และในที่สุด ... ก็คือวันนี้
เวลาประมาณสิบนาฬิกาสามสิบนาที เราและน้อง ๆ ได้ยืนรถไฟฟ้าบีทีเอส
เพื่อไปเจอกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่สถานีพร้อมพงษ์ ...
ใช่แล้วค่ะ ! วันนี้เราพ้องพี่น้องชาวคลับในเกมปังย่า นัดมีตติ้งกันจ้า !!
สถานที่ที่เรานัดหมายกันคือบีทีเอสพร้อมพงษ์ จากนั้น จึงเดินเท้าไปตามทาง
เพื่อไปสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ ๆ เคยคุยกันแล้วคุยกันอีก ว่าอยากจะลองไปกันเหลือเกิน
เป็นสถานที่ที่ไม่เคยมีใครไป ไม่เคยมีใครสัมผัส และไม่มีใครรู้ว่า ที่นั้นจะเป็นอย่างไร
เพียงเพราะแค่เคยสัมผัสผ่านการรีวิว รูปภาพ ประสบการณ์ ของคนอื่นที่เคยไปมาเท่านั้นเอง
และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ....
Cafe' Buongiorno
ร้านเค้กบุฟเฟ่ต์ราคาพอประมาณ (หรือเปล่า) ที่ตัดสินใจมากัน
กว่าจะเดินมาถึง ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งปวดท้อง อูย ... อะไรจะทรมานขนาดนั้น !
เคยได้ยินคนพูดกันมาว่า ต้องเดินเข้าไปในซอยลึกพอประมาณ แต่ก็ไม่นึกว่าจะลึกขนาดนี้ !~
ปาดโถ้ววว เดินกันขาลาก ด้วยความที่ม่เคยมาเดินด้วย และ ... เกิดความงง ฮ่าฮ่า
แต่ในที่สุด ทั้ง 10 คนก็มาถึงที่นี่นะคะ
เอาล่ะ ! ถึงที่หมาย มิรอช้า ขอเลือกนั่งข้างในที่มีแอร์เย็น ๆ หน่อยก็แล้วกัน
อันที่จริงเราอยากนั่งข้างนอกนะคะ เพราะคิดว่า บรรยากาศข้างนอกร่มรื่นมาก ๆ
แต่ด้วยความที่เหนื่อยและร้อนจากแสงแดดเจิดจ้าก่อนมาถึงร้าน ทุกคนจึงลงความเห็นว่านั่งแอร์
รวมทั้งเราเองด้วยนั่นแหละน้อ ฮ่าฮ่า
จับจองที่นั่ง โยกย้ายโต๊ะเก้าอี้มาต่อกันเสร็จปุ๊บ หันไปมองรอบข้าง
เอ้า ! เด็กน้อยหายไปไหนกันเยอะเลย ได้ความว่าไปตักเค้ก เราก็ขอไปตักบ้างล่ะเด้อ !!
ไปยืนมอง โอว ... ของน่ากินเยอะแฮะ เยอะแยะจนเลือกไม่ถูก
จึงเลือกมาได้เพียงเท่านี้
อะ ! แบ่งออกมาทีละชิ้น กินทีละชิ้น อืม ... ค่อนข้างที่จะอร่อยทุกชิ้นเลยนะคะ
เราไม่รู้นะว่าอะไรเรียกว่าอะไร ขอให้ได้กิน ฮ่าฮ่า และเรามีความรู้สึกว่า
เค้กสตรอเบอร์รี่ อร่อยดีนะ เป็นชิ้นแรกที่เรากิน ไม่เลี่ยนจนเกินไปด้วยค่ะ พอเหมาะ ๆ
ชิ้นที่สองคือเค้กส้ม สัมผัสแรกเมื่อลิ้มรสชาติจากปลายช้อน โอวจอร์ช ... มันเปรี้ยวดีนะเนี่ย !
เปรี้ยวอมหวาน อร่อยดีค่ะ มากินที่นี่ในวันนี้ เราชอบเค้กส้มที่สุดแล้ว อร่อยจริง ๆ เสียดายที่ไม่มีเค้กมะนาว ^^"
ชิ้นที่สามคือเค้กเชอร์รี่ เชอร์รี่เป็นลูก ๆ รสเปรี้ยวหวานมันกำลังดี ชิ้นนี้ก็อร่อยค่ะ แต่เราก็ยังรู้สึกเฉย ๆ อยู่
มาชิ้นที่สี่นี่สิ ... เค้กบลูเบอร์รี่ ที่จริงเราชอบบลูเบอร์รี่มากนะคะ แต่พอกัดเข้าไปคำแรกปุ๊บ
โอ๋ย ... ดิฉันจะเมาเด้อคุณขา ... เราไม่รู้ว่าทำไมรสชาติถึงออกมาเหมือนมีกลิ่นเหล้าอยู่ด้วย แต่กินแล้วรับรสได้เลยอะ
ก็เลย ... โบ้ยโซ้ยให้คนอื่นเขากินต่อแทน ฮ่าฮ่าฮ่า
อ่ำอ้ำสักคำไหมคะ ... เค้กส้มชิ้นนี้
อร่อยมาก ๆ เลยอะ ชอบจริง ๆ นะเนี่ยชิ้นนี้ !!
พอทานครบสี่ชิ้นแล้ว ... ต่อไปที่เราทำคือ นั่ง นั่ง และนั่งค่ะ
ไม่ใช่เพราะอะไรนะ คือแบบ ... อิ่มมากจนไม่อยากจะลุก
พอมองไปรอบ ๆ แล้ว บางคนยังกินอยู่เลย แต่ของก็เริ่มหมดแล้ว
ดูรก ๆ ดี ชอบจัง ... ให้ความรู้สึกว่า เรามาเพื่อกินเค้กที่นี่จริง ๆ นะ
เมื่อถึงเวลาที่พอจะลุกขึ้นได้แล้ว ก็ถึงเวลาถ่ายรูปค่ะ !!
เอาเป็นถ่ายสถานที่ก่อนละกัน
ที่จริงถ่ายไม่เยอะเท่าไหร่นะคะ เกรงใจคุณคนดูแลร้าน (ท่าทางเหมือนหัวหน้าเด็กเสิร์ฟ)
แกชอบมายืนมองเขม็งเชียวค่ะ -*- เลยถ่ายไม่เยอะเท่าไหร่
ก็เท่าที่มีนี่แหละ เอามาลงให้(เกือบ)หมดเลยละกัน !
ตรงนี้คือด้านข้างของโต๊ะเราค่ะ แต่โต๊ะเราไม่ใช่แบบนี้
เรานั่งหันหน้ามาทางนี้พอดี เห็นแล้วชอบ ก็เลยถ่ายเก็บไว้ค่ะ
อีกมุมนึงของด้านนี้ ที่เรานั่งอยู่ติดประตูของด้านนอกแล้วค่ะ
มองหน้าต่างด้านนั้นก็ดี มองประตูก็ดี เพราะมองไปทางไหน
ก็มีแต่ต้นไม้ ธรรมชาติ รื่มรมย์ทั้งนั้นค่ะ ^^
ทางเดินเข้าไปตักเค้กค่ะ
ประตูด้านหน้าคือประตูที่ซ่อนเค้กหลากหลายเอาไว้ และกระจกหน้าต่างด้านข้างขวา
คือที่ที่พวกเรานั่งอยู่ค่ะ ... อยู่ใกล้ทั้งที่ตักเค้ก ทั้งธรรมชาติ สบายอารมณ์ดีจริง ๆ ค่ะ
ตอนแรกที่เดินเข้ามา เราก็เจอโต๊ะตัวนี้เลยค่ะ
ก็โต๊ะตัวนี้แหละ ที่อยู่นอกประตูนั้นออกมา เราชอบหมอนอิงของทางร้านมากเลย
ทั้งลวดลาย ทั้งความนุ่ม ทั้งขนาดของใบ โอว ... นอนได้สบายเลยอะ ฮ่าฮ่า
โต๊ะข้าง ๆ กันเลยตัวนี้ นั่งบนโต๊ะสวยงามท่ามกลางธรรมชาติจ้า
ตอนเราจะกลับ ก็มีผู้หญิงกลุ่มนึงเข้ามานั่งเหมือนกัน
อืม ... ที่จริงถ้าไม่ร้อน ก็อยากจะนั่งมุมอย่างนี้เหมือนกันน้อ ~
ทางที่เราเดินเข้ามาค่ะ ... เราไม่ได้เดินเข้าหน้าร้านเลย แต่เข้ามาทางด้านข้าง ก็จะเป็นทางนี้ค่ะ
สวยเนอะ ... ต้นไม้เยอะจริง ๆ ค่ะร้านนี้ ชอบ ๆ
บรรยากาศมาพอประมาณแล้ว ...
มาทำความรู้จักกับผู้ร่วมขบวนการกันดีกว่าเนอะ !!
น้องภูมิ และ น้องเก่ง
สองคนนี้ ถือว่าเป็นการประเดิมเปิดกล้องเลยค่ะ พอนั่งลงปุ๊บ เราก็จับถ่ายรูปเลย
แต่แหม ... สองลิงนี้ ไม่ยอมใกล้กันค่ะ เราบอกให้เขยิบเข้าหากันนิด ๆ
ไม่มีเขยิบหรอก เป็นเราเองที่ต้องปรับมุมให้ถ่ายได้ ก็เลยได้ภาพมาเยี่ยงนี้แล ...
เก๊กหล่อกันจั๊งง เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกก
น้องเติก
น้องคนนี้มาจากชลบุรีเชียวนา ... อู้ว !
ตอนแรกบอกว่า ถ่ายรูป ๆ "อุ่ย เดี๋ยวเจ๊ ไม่รู้จะเก๊กยังไงอะ"
ว่าแล้วน้องเติกก็หยิบส้อมตักเค้กขึ้นมางับซะงั้น แล้วก็เก๊กออกมา ได้ดังนี้แล ...
ลูกแคท ลูกโบว์ น้องขวัญ
สามคนนี้นั่งติดกัน เราก็นั่งข้างลูกแคทค่ะ ก็เลยจับถ่ายซะ !!
อยากรู้จริง ๆ ว่าตาของทั้งสามคนทำด้วยอะไร ทำไมถึงมองไม่ค่อยจะเห็นขนาดนั้น
สงสัยแค่ว่า ... เวลาปกติ ลืมตากันบ้างหรือเปล่า หรือชอบหลับตา ทำตาหรี่อยู่อย่างนี้
กร๊ากกกกก แม่ล้อเล่นนะ เจ๊ล้อเล่นนะ สาว ๆ ทั้งหลายยยย !!
อีกซักรูปกับลูกแคท
เธออิ่มมาก เมื่อโบว์กับขวัญหนีหายเข้าไปในกลีบเมฆ (ไปเข้าห้องน้ำ)
เธอก็ล้มตัวลงนอนอย่างสุขสบาย เย็นกายเย็นใจ หารู้ไม่ ... ว่าคุณแม่สุดสวยของเธอ
ถ่ายรูปนี้เอาไว้ซะอย่างนั้น !!
น้องแฟร์ กับ น้องริน
สองคนนี้ เป็นน้องในเว็บบอร์ด (ใช่หรือเปล่า) ของลูกแคทค่ะ
หนีบมาด้วย เรานั่งห่างไกลกันมากเลยกับสองสาว จะถ่ายรูป ก็เลยถ่ายได้เท่านี้อะจ๊ะ
ตอนอยู่ร้านเค้กไม่ได้คุยกันด้วยแหละ ได้คุยกันเยอะหน่อยก็ตอนเล่นไอซ์สเก็ตน้อ
น้อง ๆ น่ารักดีนะจ๊ะ
เอ้า ! ลืมได้ไง ! เจ้าของบล็อกค่ะเจ้าของบล็อก
เนื่องจากหน้าตาอุบาทว์ จึงขอทำการปิดหน้าชั่วคราว ฮ่า ~
เมื่อการเขมือบเค้กจบสิ้นลง ... ก็ถึงเวลา .......
เช็คบิลล์ เก็บตังค์ !!
ทุกคนดูขมักเขม้นในการเก็บสตุ้งสตางค์กันเป็นอย่างมาก !
ก้มหน้าก้มตา เอื่อยเฉื่อยหยิบแบงค์ออกจากกระเป๋าของตัวเองให้ได้ช้าที่สุด
เย้ยยยย ไม่ใช่ ! ทุกคนออกค่ากินด้วยความอยากออก ไม่มีอ้อยอิ่งค่ะ
ผลลัพท์ของการกินในครั้งนี้ ออกมาคือ คนละ 187 บาท
ค่าเค้ก หัวละ 129 บ. ค่าน้ำ 30 บ. อ่าว ... แล้วค่าอะไรอีกอะ ลืมค่ะ
คือตอนเขาเก็บตังค์กัน เราไม่ได้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเล้ยยยยย ฮ่า
เอาเป็นว่า การกินในครั้งนี้ก็คุ้มแหละเนอะ !
เอ้า ก่อนกลับ ถ่ายรูปหมู่กันหน่อยนะคะ
หนึ่ง .. สอง .... สั้ม !!
เอ๊ะ ... เหมือนลืมอะไรไป
อ๋อ เรายังไม่ได้ถ่ายค่ะ !! เป็นตากล้องอย่างเดียวเลย
อะ ... ขอถ่ายบ้างเด้อพี่น้องเด้อออออ
เย้ ~ รู้สึกว่าตัวเองดำยังไงบอกไม่ถูก เมื่อด้านหน้าที่ยืนเรียงราย ... ทุกคนผิวขาวกันหมด
ยกเว้น เรา ค่ะ !!!
ง่า ... ที่จริง มีตติ้งยังไม่หมดเพียงเท่านั้น !!
เมื่อเวลาสิบสี่นาฬิกา โดยประมาณ
พวกเราเดินทางไปยังเอ็ดพรานาด (เขียนผิดอย่าว่ากัน ขนาดพูดยังจะพูดผิดเลย กร๊ากกก)
ไปทำไมน่ะเหรอคะ ? เราไปเล่น ไอซ์สเก็ต กันค่ะ !!
แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ทำไมต้องปรบมือแปะ ๆ น่ะหรือ ? เพราะว่า ในจำนวนเก้าคนที่ไปเล่นกันนี้
(น้องขวัญหลีกทาง ขอตัวกลับก่อนจ้า)
มีแค่สามคนเท่านั้นที่เล่นเป็น หนึ่งคนเล่นอย่างคล่อง สองคนพอไปได้ นอกนั้น ...
เอ่อ ... ตัวใครตัวมันแล้วกันนะจ๊ะ !!
พอลงสนามไอซืปุ๊บ อูยยย ความรู้สึกอยากเล่นมันก็มีอยู่หรอกค่ะ
แต่คนมันไม่เคยง่ะ มันก็กลัวจะล้ม กลัวจะพลาดเยอะ เป็นธรรมดา
เหมือนจะมีคนสอน ... เหมือนได้ยินผ่านหูมาแว่ว ๆ
แล้วคนสอนก็เลยผ่านไป ไปสอนลูก ๆ น้อง ๆ แทน
ฮ่วย ! ใครจะไปรู้ ว่าอะไรเป็นอะไร ก็มั่ว ๆ ไปสิคะ
เล่นไปเล่นมา สนุกนะเนี่ยยยยยยย !!
ปื้ดดดดดดดดดดดดดดดด ปื้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ปื้ดดดดดดดดดดดดดด
น้องที่มาเล่นด้วยกันถามว่า "พี่เล่นครั้งแรกจริงหรอ พี่ก็เล่นเป็นนี่นา ไหนว่าไม่เคยไง"
เอ้าเวรกรรม ! ก็ไม่เคยอะสิคะ
แต่เพราะมองคนนู้นคนนี้เล่น มันก็เลยท่าทางพริ้วตามเฉย ๆ แหละ ฮ่า ~
แต่ขอบอก เล่นสามชั่วโมง ล้มแค่สองครั้งเอ๊งงงงง
ครั้งแรกล้มด้วยตัวของตัวเอง เบรกไม่อยู่ แต่ล้มเบา ๆ พอให้ก้นเปียกชื้น อิอิ
รอบสองเนี่ยสิ ไม่ใช่เพราะตัวเองเล้ยยยย แต่น้องที่เค้าเล่นตัดหน้ามา อยู่ ๆ จะล้มซะงั้น
ด้วยความเป็นนางฟ้าใจดี เลยเข้าไปช่วยพยุง ๆ ไม่ให้น้องเค้าล้ม
แต่ไหง ... เรากลายเป็นคนล้มลงไปเองไม่รู้อะ ล้มแรงด้วย
เพราะแรงของน้องเขาที่จะล้มลงมาตอนแรกเหมือนจะแรงพอสมควร
แล้วยิ่งเราจะเข้าไปช่วยไม่ให้ล้ม เพื่อที่จะไม่ให้ล้มทั้งคู่ กลับกายเป็นว่า
ด้วยแรงกระชากตัวของน้องเขา ทำให้เรานั่นแหละ ล้มไปเอง ... ล้มอย่างเจ็บแสบมาก !
แสบแผลนะคะ ไม่ใช่แสบจิตใจ -*-
ข้อศอกเป็นแผลเลยอะ เลือดออกนิด ๆ แต่น้ำแข็งมันกัดด้วย ก็เลยเป็นตุ่มปูดเลย
หัวเข่าก็ถลอก ... ดู ๆ แล้วเหมือนไม่มากมายอะไร แต่เราแสบจริง ๆ นะ -*-
แต่ว่า ก็ช่างมันเถอะ ถือว่าช่วยให้เด็กน้อยไม่ล้มลงเจ็บละกัน
ตอนเดินออกจากลาน น้องเขาสิ่งเข้ามา ถามว่า
"พี่ครับ พี่เป็นอะไรมากมั้ยครับ"
"อ๋อ ... ไม่เป็นไรค่ะไม่เป็นไร น้องไม่เป็นไรนะ ดีแล้วๆ"
อื่ม ..... อื่ม ............... มันก็ไม่เป็นอะไรจริง ๆ นั่นแหละ
แต่พอน้องเค้าถามเราเสร็จปุ๊บ น้องก็ถอยห่างออกจากลาน แบกกระเป๋าหนีกลับไปเลย
ฮ่า ~
เมื่อเล่นเสร็จ กินแม็คต่อ
เหตุการณ์ไม่มีอะไรมาก มีเพียงสิ่งนี้
มันคืออะไรเอ่ย ?
มันคือเฟรนซ์ฟรายค่ะ !
ทำไมมันถึงกองเยอะในถาดขนาดนั้น เหตุผลคือ ... มีกันอยู่เจ็ดคน
และเพื่อความสะดวกในการใช้พื้นที่ ก็ให้เอาของทุกคนมารวมกันซะ
ผลที่ได้คือเฟรนซ์ฟรายภูเขาทอง -*-
เยอะมากกกก เยอะมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ
แทนที่จะอิ่มเบอร์เกอร์ อิ่มไก่ แต่กลายเป็นอิ่มเจ้าสิ่งนี้แทน = =
เหมือนจะเป็นเรื่องน่าสนใจ บรรดาคนที่ไปด้วยกันควักมือถือออกมาถ่ายกันอย่างสนุกสนาน
และในขณะที่เราเป็นหนึ่งในนั้น และกำลังถ่ายอยู่นั่นเอง
เอ่อ ... น้องครับ ตูถ่ายเฟรนซืฟรายอยู่เฟ้ยยย แหม ... โผล่เข้ามาได้ยังไง๊
อีกคนก็ถ่ายอยู่เหมือนกัน อืม .... เราชอบภาพนี้นะ ยิ้ม ๆ ดี ฮ่าฮ่า
ขากลับในตก เปียกปอน แย้กกกกกกกกกกกกกกกกกก
และตอนนี้ เพลียมาก ๆ เลยค่ะ
ขอจบบล็อกในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ละกันนะคะ
สวัสดีค่ะ !







ที่เป็นเกมอะนะ??
ตีกันเป็นล่ำเป็นสันเป็นหมู่คณะเชียว
#1 By clock on 2009-04-08 04:14